• Banner-Slide-mindhomeclinic(1)
  • Banner-Slide-mindhomeclinic
  • Banner-Slide-mindhomeclinic-edit03
การบาดเจ็บทางกีฬา
การบาดเจ็บทางกีฬา

ตรวจ-วิเคราะห์-แยกสาเหตุ : การเคลื่อนไหวเฉพาะทางจากกีฬาประเภทต่างๆ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  • นักวิ่ง
  • นักปั่น
  • นักฟุตบอล
  • นักแบต
  • Weight training
  • ผู้บาดเจ็บจากการออกกำลังกายทั่วไป
ออกแบบการออกกำลังเพื่อการรักษาตรงเหตุบาดเจ็บ สามารถป้องกันการบาดเจ็บซ้ำและผู้ออกกำลังมีความสามารถสูงขึ้นในการเล่นกีฬาแต่ละชนิดนั้นโดยไม่บาดเจ็บ เรารักษาและฟื้นฟูเฉพาะทางเพื่อให้ Return to Sport ได้ไวและมีประสิทธิภาพ

ทำไม ออกกำลังกายแล้วบาดเจ็บ? นักกีฬาที่ควรแข็งแรง ก็มีอาการบาดเจ็บ? ไม่ออกกำลังกาย ทำกิจวัตรประจำวันปกติ ก็ยังบาดเจ็บ?

นั่นก็เพราะ ร่างกายเรามีความมหัศจรรย์ มีกล้ามเนื้อเชื่อมต่อกันเป็น Linkage หากกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกข้อต่อ เส้นประสาท ระบบประสาท ต่างก็ทำงานประสานสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบก็จะไม่เกิดปัญหาการบาดเจ็บ

แล้วจะบาดเจ็บเมื่อไหร่?... ก็ต่อเมื่อมีส่วนหนึ่งส่วนใดบกพร่อง ทำงานได้ไม่เต็มที่ ก็จะไปเรียกส่วนที่ต่อกันมาช่วย จนส่วนที่เข้ามาช่วยรับไม่ไหว เพราะต้องทำหน้าที่ทั้งของตัวเองและหน้าที่ของส่วนที่บกพร่อง สุดท้ายส่วนที่เข้ามาช่วยก็เริ่มมีปัญหาและเกิดบาดเจ็บตามมาเป็นลูกโซ่

ดังนั้นหน้าที่ของเราผู้ใช้กล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ หากไม่อยากก่อให้เกิดการบาดเจ็บจากการฟีฬา จากงานหรือจากกิจวัตรประจำวันต่างๆ ก็ขอให้อย่าละเลย… การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย นอกจากนี้กล้อมเนื้อแกนกลางลำตัวก็เป็นส่วนที่เราควรให้ความสำคัญ รู้ไหมว่าเพราะอะไร? ก็เพราะว่าเป็นจุดศูนย์ถ่วงของร่างกาย หากอ่อนแอแล้วก็จะไปทำงานที่กล้ามเนื้อส่วนปลายอย่างหนัก จนก่อให้เกิดการบาดเจ็บตามมา

แล้วจะทำอย่างไน ให้มรแกนกลางที่แข็งแรง?... เราจึงขอนำเสนอท่าบริการแกนกลาง 6 ระดับ

ท่าเตรียมพร้อม
  • นอนชันเข่าโดย ข้อเข่างอ 90 องศา
  • เท้าราบกับพื้น
  • วางมือบนปุ่มกระดูกด้านหน้าเชิงกราน เคลื่อยนิ้วมือไปทางสะดือและลงไปทางเท้าเล็กน้อย

1.ระดับที่ 1 ท่าแขม่วท้องพื้นฐาน
  • เกร็งหน้าท้องค้างไว้ 6-20 วินาที

2.ระดับที่ 2 แข่วมท้องร่วมกับการกางขา 1 ข้าง
  • ตั้งท่าเริ่มต้น
  • เกร็งหน้าท้อง พร้อมกางขา 1 ข้าง ประมาณ 45 องศา แล้วค้างไว้ 6 – 20 วินาที
  • กลับสู่ท่าเริ่มต้น

3.ระดับที่ 3 แขม่วท้องร่วมกับการเหยียดเข่า 1 ข้าง
  • ตั้งท่าเริ่มต้น
  • เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง เหยียดเข่าข้างใดข้างหนึ่งขึ้น จนกระทั่งข้อเข่าเหยียดตรง ค้างไว้ 6 – 20 วินาที
  • กลับสู่ท่าเริ่มต้น

4.ระดับที่ 4 แขม่วงท้องร่วมกับการงอเข่าและสะโพก 1 ข้าง
  • ตั้งท่าเริ่มต้น
  • เกร็งหน้าท้อง งอสะโพกละเข่าขึ้นมาจนสะโพกงอประมาณ 90 องศส ทำค้างไว้ 6 – 20 วินาที
  • กลับสู่เท่าเริ่มต้น

5.ระดับที่ 5 แขม่วท้องร่วมกับการงอเข่างอสะโพก 1 ข้าว และตามด้วยอีก 1 ข้าง
  • ตั้งท่าเริ่มต้น
  • เกร็งหน้าท้อง งอสะโพกขวาขึ้นมาประมาณ 90 องศาค้างไว้
  • งอสะโพกซ้ายตามมาให้เท่ากับข้อสะโพกขวา
  • กลับสู่ท่าเริ่มต้นโดยลดขาขวามายังจุดเริ่มต้นก่อนแล้วตามด้วยขาซ้าย

6.ระดับที่ 6 แขม่วท้องร่วมกับการงอเข่าและสะโพก 2 ข้างพร้อมกัน
  • ตั้งท่าเริ่มต้น
  • งอสะโพกทั้ง 2 ข้างขึ้นมาพร้อมกกัน 90 องศา
  • กลับสู่ท่าเริ่มต้น

หากทำได้แบบนี้ การเล่นกีฬา การออกกำลัง การใช้งานในชีวิตประจำวันการทำงาน ก็จะปลอดภัยจากการบาดเจ็บที่จะตามมา สุดท้ายนี้อยากฝากข้อความถึงเพื่อนๆ ทุกคนว่า หากมีการบาดเจ็บที่ส่วนใดๆ ของร่างกายก็ให้รีบทำการรักษา ฟื้นฟูก่อนที่มันจะลามไปยังกล้ามเนื้อและข้อต่อที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จนเป็นความเรื้อรังและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

วิ่งอย่างไร? ไม่เหนื่อย ไม่เจ็บ
เรามาเช็ครูปแบบการหายใจกันเถอะ มือข้างนึงจับท้องมือข้างนึงจับอก (ในท่านั่งหรือนอนหงายก็ได้)
  • หายใจถูก จะรู้สึกว่าเมื่อหายใจเข้าการขยับของหน้าท้องและส่วนท้องน้อยผ่านมือที่สัมผัสมากกว่าบริเวณอกในทิศทางมาข้างหน้า
  • หายใจผิด จะรู้สึกว่าเมื่อหายใจเข้า การขยับของหน้าอกผ่านมือที่สัมผัสมากกว่าบริเวณท้อง ในทิศทางการขยายตัว ไถลขึ้นข้างบน

องค์ประกอบของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจระดับกระบังลม การหายใจระดับกระบังลมจะช่วยส่งเสริมกล้อามเนื้อแกนกลางลำตัว ซึ่งประกอบด้วย
1.กล้ามเนื้อหลังมัดลึก
2.กล้ามเนื้อหน้าท้องมัดลึก
3.กล้ามเนื้อกระบังลม
4.กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

การหายใจที่มีประสิทธิภาพคือการนำศักยภาพของผลังจากข้างในนำออกมาใช้อย่างเหมาะสม กล้ามเนื้อหายใจเป็นหนึ่งในกล้ามเนื้อแกนกลางซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพ กล้ามแกนกลางจะเชื่อมโยงกับกล้ามเนื้อจา รวมถึงคอและแขน

หายใจมีประสิทธิภาพช่วยอะไรบ้าง
1.มีพลังจากข้างในเพื่อขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวให้มีประสิทธิภาพ
2.การฝึกแกนกลางผ่านการหายใจบ่อยๆ โดยการควบคุมจากสมอง ทำให้รูปแบบการเคลื่อนไหวถูกต้อง ป้องกันการบาดเจ็บ
3.ผลิตและใช O2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อการใช้งาน
4.ดึงพลังงานที่ใช้การสิ่งมาใช้ได้เหมาะสม ไม่เหนื่อยง่าย

อย่าลืมยืดกล้ามเนื้อก่อน - หลังสิ่งเพื่อเตรียมพร้อมร่างกาย เข้าเส้นชัยอย่าง Smart และไม่บาดเจ็บ